facebook icon tweet youtube google plus
      

Current Articles | Archives | Search

ตามไปดู น้องออย เด็กนักเรียนวัย 14 ปี ที่อยุธยา ต่อยอดโครงการเลี้ยงไก่ไข่ สู่อาชีพยั่งยืน
1:19 PM :: 3181 Views :: 365วัน เพื่อสังคม

 

ในตอนที่ผ่านมาเคยพูดถึงความสำเร็จของโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ที่มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท สนับสนุนโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และหลากหลายองค์กรเครือข่ายความดี ได้ร่วมกันน้อมรับแนวพระราชดำริฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการแก้ไขปัญหา การขาดแคลนอาหารในท้องถิ่น และแก้ไขปัญหาทุพโภชนาการในเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส มาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม


 เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จของโครงการที่นำไปสู่การสร้างอาชีพให้กับนักเรียน วันนี้จึงลงพื้นที่ ตามไปดูโครงการเลี้ยงไก่ไข่ของน้องๆโรงเรียนจรัสวิทยาคาร (มิตรภาพที่ 57) ตำบลบ้านหลวง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  โรงเรียนเล็กๆ แห่งนี้ มีนักเรียนในระดับก่อนประถม-มัธยมศึกษาตอนต้น รวมกันกว่า 150 คน แม้จะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กแต่กลับอัดแน่นไปด้วยวิชาการที่เข้มข้น ตลอดจนกิจกรรมเสริมทักษะมากมายให้นักเรียนได้เรียนรู้ ซึ่ง “โรงเรือนไก่ไข่” คือหนึ่งในแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยเสริมประสบการณ์และสร้างพื้นฐานอาชีพแก่เยาวชน


ภัทรภูมิ รอดพงษ์  ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติ มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทฯ บอกว่า การเข้าร่วมโครงการของโรงเรียนจรัสวิทยาคารนี้ เกิดจากความใส่ใจในภาวะโภชนาการของเด็กๆของผู้บริหารที่นี่  จึงประสานงานมาที่มูลนิธิฯ เมื่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯและ ซีพีเอฟเข้ามาสำรวจ  เห็นว่าพื้นที่มีความเหมาะสมเนื่องจากโรงเรียนจัดพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมเกษตรไว้เฉพาะ โดยแยกออกจากส่วนอาคารเรียน ที่สำคัญผู้บริหารยังมีความมุ่งมั่นในการผลักดันโครงการนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็กๆ


“ก่อนเริ่มโครงการในปี 2552  ทางโรงเรียนได้ทำการตรวจวัดน้ำหนักและส่วนสูงของเด็กๆ พบว่ามีนักเรียนถึง 21% ที่มีภาวะทุพโภชนาการ ทั้งที่มาตรฐานกำหนดไว้ว่าไม่ควรเกิน 10 % ทางมูลนิธิฯ และซีพีเอฟ จึงตัดสินใจคัดเลือกโรงเรียน เข้าร่วมโครงการ ทันที โดยตั้งเป้าหมายที่จะทำให้นักเรียนมีภาวะโภชนาการที่ดีขี้น จากการได้บริโภคไข่ไก่เฉลี่ยคนละ 3 ฟองต่อสัปดาห์ โดยผลจากการสุ่มตัวอย่างเด็กนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการล่าสุด พบว่าสามารถลดปัญหาภาวะทุพโภชนาการของนักเรียนลงมาอยู่เหลือเพียง 6% เท่ากับว่ากิจกรรมการเลี้ยงไก่ไข่นี้ทำให้เด็กๆมีภาวะโภชนาการที่ดีขึ้นจริง โรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่เล็กๆแห่งนี้จึงเป็นทั้งแหล่งสร้างอาหารกลางวัน ขณะเดียวกันยังเป็นแหล่งการเรียนรู้แก่เยาวชนให้พวกเขารู้จักการทำงานเป็นทีม มีการวางแผนการทำงาน ที่จะกลายเป็นทักษะอาชีพติดตัวไปในอนาคต  นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาเป็นแหล่งวิทยาการท้องถิ่น กลายเป็นจุดศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนและผู้สนใจให้สามารนำไปประยุกต์ใช้กับอาชีพที่ทำอยู่ได้ นับเป็นการบูรณาการแบบองค์รวม สร้างงาน สร้างอาชีพ และเป็นความภูมิใจของชุมชน” ภัทรภูมิ กล่าว


เด็กหญิงสุทธิกมล วุฒิสนิท หรือ น้องออย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 วัย 14 ปี หนึ่งในตัวอย่างของนักเรียนที่รับหน้าที่ดูแลแม่ไก่ไข่ 200 ตัว ร่วมกับเพื่อนๆอีก 4 คน ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนกันมาเลี้ยงไก่ในทุกๆวัน เล่าถึงกิจวัตรประจำวันว่า ในแต่ละวันเธอกับเพื่อนๆ จะเริ่มทำหน้าที่ตั้งแต่เวลา 07.30 น. ด้วยการเช็ดทำความสะอาดรางอาหาร ถาดน้ำ ตรวจสอบนิปเปิ้ลให้น้ำว่าใช้งานได้หรือไม่ แล้วจึงให้อาหารตามโปรแกรมมาตรฐานของซีพีเอฟ โดยที่นี่กำหนดให้อาหารวันละครั้ง หลังจากนั้นจะช่วยกันทำความสะอาดภายในและภายนอกโรงเรือน ปัดฝุ่นและหยากไย่บริเวณกรงไก่


“หลังจากดูแลไก่ช่วงเช้าเสร็จแล้วทุกคนจะแยกย้ายกันไปเรียนหนังสือ และจะกลับมาช่วยกันเก็บไข่ไก่ในเวลา   15.00 น. เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่สหกรณ์นำไปคัดขนาดแบ่งเป็น ขนาดใหญ่ กลาง  และ เล็ก ส่วนหนึ่งจะขายเข้าโครงการอาหารกลางวัน เพื่อนำไปทำเป็นอาหารกลางวันให้กับนักเรียนทุกคน ส่วนไข่ที่เหลือจะนำไปจำหน่ายให้กับชุมชนและผู้ปกครองของนักเรียน โดยสิ่งที่ทุกคนเน้นเป็นพิเศษคือเรื่องความสะอาด อย่างพัดลมระบายอากาศสำหรับเปิดระบายความร้อนเพื่อไม่ให้ไก่เครียด ก็จะต้องทำความสะอาดเป็นประจำ ส่วนการเก็บมูลไก่ใต้กรงจะทำสัปดาห์ละครั้ง”
น้องออย บอกอย่างอารมณ์ดี


การเลี้ยงไก่ไข่ในโครงการฯ จะเริ่มเลี้ยงแม่ไก่สาวที่อายุประมาณ 17-18 อาทิตย์ที่พร้อมจะให้ผลผลิตได้ทันที โดยไก่จะให้ไข่ทุกวัน และเลี้ยงต่อไปอีก 14 เดือน แล้วจึงปลดไก่ออกเพื่อรอรับแม่ไก่รุ่นใหม่เข้าเลี้ยง ซึ่งน้องออยรู้ดีว่าแม้แม่ไก่จะถึงอายุจับออก ก็ยังสามารถให้ไข่ต่อไปได้ และด้วยความผูกพันกับการเลี้ยงไก่ไข่มาตลอด จึงเกิดความคิดในการต่อยอดสู่อาชีพการเลี้ยงไก่ไข่ เป็นรายได้เสริมที่บ้านของตนเอง


น้องออย เล่าถึงการต่อยอดโครงการเลี้ยงไก่ไข่จากโรงเรียนสู่อาชีพเสริมของเธอไว้อย่างน่าสนใจว่า  “จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการมีรายได้เสริมและอยากทำอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ตามที่ได้เรียนมา หนูจึงขอซื้อแม่ไก่ปลดจากโครงการฯ จำนวน 60 ตัว เพื่อนำมาเลี้ยงต่อ โดยเลี้ยงในกรงตับที่ทำจากไม้ไผ่แบบง่ายๆแต่แข็งแรง ปัจจุบันเลี้ยงเป็นรุ่นที่ 2 ขายไข่ได้แผงละ 85 -90 บาท แต่ละวันแม่ไก่จะให้ไข่ประมาณ 50 ฟอง แม้รายได้จะไม่มากมายแต่ก็ทำให้หนูภูมิใจที่มีอาชีพของตนเอง มีรายได้เก็บออมไว้สำหรับการเรียนและค่าใช้จ่ายส่วนตัว สิ่งที่สำคัญคือ ได้รับประสบการณ์ทั้งการเลี้ยงไก่และการบริหารจัดการ  เป็นความรู้คู่กายที่นำไปใช้ได้ในอนาคตสำหรับการสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน” นับเป็นตัวอย่างของความภูมิใจจาก “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน

 

โดย สื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ CPF

ข่าววันที่ : 25 กุมภาพันธ์ 2556


   Latest News  


ผลิต รวบรวมและเผยแพร่โดย สำนักกิจกรรมสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ Copyright 2012 by CP Thailand   |  Login |