facebook icon tweet youtube google plus
      

Current Articles | Archives | Search

ซีพีเอฟ ส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงไก่ไทย เลี้ยงง่าย โตไว สร้างรายได้ยั่งยืน
2:09 PM :: 38051 Views :: ทันข่าวCP



ตั้งแต่อดีต ไก่บ้าน ถือเป็นสัตว์เลี้ยงคู่บ้านของคนไทยมาช้านาน ด้วย 2 วัตถุประสงค์ คือ เป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน และเลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร โดยได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ด้วยมีรสชาติอร่อย เนื้อแน่น ไก่บ้านจึงเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตามไก่บ้านยังมีข้อจำกัดในด้านการเจริญเติบโต และต้องใช้ระยะเวลาการเลี้ยงนานถึง 20 สัปดาห์ กว่าจะจับขายได้ แต่วันนี้มีทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกรผู้ที่สนใจเลี้ยงไก่ไทยเป็นอาชีพ ที่ใช้ระยะเวลาเพียง 8-9 สัปดาห์ ก็ทำรายได้เข้ากระเป๋าแล้ว


วันนี้จะพาไปพบกับอาชีพการเลี้ยงไก่ไทย ที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ กำลังสนับสนุนให้เกษตรกรเลี้ยงอย่างแพร่หลาย สมชาย อินทร์พิทักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กิจการโครงการพิเศษ สายธุรกิจไก่เป็ด ซีพีเอฟ บอกว่า ไก่ไทย ซีพี มีความแตกต่างจากไก่บ้านทั่วไป ตรงที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์จากไก่ไทยสายพันธุ์ดีถึง 3 สายพันธุ์ กระทั่งได้พันธุ์ไก่บ้านที่เลี้ยงง่ายโตไวใช้เวลาเลี้ยงเพียง 2 เดือน  โดยลักษณะเนื้อที่แน่นกำลังดี เมื่อเทียบกับไก่สายพันธุ์พื้นเมือง ที่มีกล้ามเนื้อเป็นมัดทำให้เหนียวเกินไป ปัจจุบันไก่ไทยซีพีจึงเป็นที่ต้องการของตลาดในวงกว้าง


นอกจากนี้ ไก่ไทยซีพียังมีลักษณะเด่น คือ แข้งดำ เนื้อหน้าอกเต็ม ขาไม่ยาวและไม่ดุเหมือนไก่พื้นเมืองทั่วไป ที่เน้นเลี้ยงไว้สำหรับชน จึงมีลักษณะแคระแกร็น และส่วนใหญ่จะมีลักษณะเลือดชิดเพราะผสมพันธุ์กันเอง ไม่มีการพัฒนาสายพันธุ์ที่ดี ที่สำคัญคือให้ผลผลิตไม่สม่ำเสมอ


“การพัฒนาสายพันธุ์ไก่บ้านซีพี เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ยังหาจุดที่เหมาะสมในแต่ละตลาดไม่ได้ ต้องอาศัยระยะเวลาในการศึกษาความต้องการของตลาดในแต่ละช่วงฤดูกาล หลังจากนั้นจึงพัฒนาสายพันธุ์ด้วยการผสมสายพันธุ์ไก่ไทยพื้นเมืองกับสายพันธุ์ต่างประเทศ เพื่อให้เลี้ยงง่ายให้ผลผลิตที่ดีขึ้น ส่วนในแง่คุณภาพ รสชาติ จะไม่เหนียวเกินไป ไม่ยุ่ยและไม่นุ่มเกินไปเหมือนไก่เนื้อ จึงเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก” สมชาย กล่าว


ซีพีเอฟทำการส่งเสริมการเลี้ยงในรูปแบบประกันรายได้แก่เกษตรกร ที่เน้นความต้องการตลาดในแต่ละพื้นที่เป็นหลัก โดยเกษตรกรจะจัดสร้างโรงเรือนพร้อมติดตั้งอุปกรณ์การเลี้ยง เช่น อุปกรณ์ให้น้ำและอาหาร จากนั้นบริษัทจะจัดหาพันธุ์ไก่ ยาและวัคซีน พร้อมส่งทีมงานผู้ชำนาญการไปช่วยเหลือและดูแลการเลี้ยง ปัจจุบันมีเครือข่ายเกษตรกรกว่า 45 จังหวัดทั่วประเทศ และตั้งเป้าให้ครอบคลุมในทุกจังหวัด โดยวางแผนการเลี้ยงให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดในพื้นที่ เพราะหากมีผู้เลี้ยงมากเกินไป จะทำให้มีผลผลิตมากเกินไปจนล้นตลาด ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรต่อไป


อัญชลี กุลมณี
เจ้าของอัญชลีฟาร์ม อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ถือเป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงไก่ไทยซีพี บอกว่า ตนเองมารับช่วงต่อจากแม่ที่เริ่มต้นเลี้ยงมาก่อน เพราะเห็นว่าเป็นอาชีพที่ทำได้ง่าย ไก่โตเร็ว มีรายได้ดี มีขั้นตอนการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก เริ่มจากการเตรียมโรงเรือนให้พร้อมด้วยการปูพื้นด้วยแกลบ และจัดที่ให้อาหารให้น้ำ แล้วรับไก่จากซีพีเอฟ ตั้งแต่อายุ 1 วัน โดยแบ่งระยะการเลี้ยงเป็น 3 ระยะ คือระยะกก ระยะตัวเล็ก และระยะตัวใหญ่ กระทั่งอายุประมาณ 8 สัปดาห์ ก็จะเริ่มจับออกขายได้ โดยการเลี้ยงจะต้องแยกตัวผู้กับตัวเมีย เพื่อความสะดวกในการทำตลาดเพราะตัวผู้จะโตเร็วกว่าตัวเมีย สำหรับขั้นตอนการจับขายนั้น เกษตรกรจะสุ่มชั่งน้ำหนักไก่ประมาณ 20-50 ตัว ว่าได้น้ำหนักตามมาตรฐานแล้วหรือไม่ โดยถ้าเป็นไก่ส่งตลาดไก่สดจะต้องมีน้ำหนัก 1.4-1.5 กิโลกรัม ส่วนไก่สำหรับทำไก่ย่างจะมีน้ำหนักประมาณ 1-1.2 กิโลกรัม


“ปัจจุบันมี 2 โรงเรือนความจุ 8,000 ตัว ระยะเวลาในการเลี้ยงต่อรุ่นอยู่ที่ประมาณ 2 เดือน มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 1.2-1.3 หมื่นบาทต่อเดือน และหากอัตราความเสียหายต่ำกว่ามาตรฐานที่บริษัทตั้งไว้ ก็จะได้รับโบนัสเพิ่ม ซึ่งส่วนใหญ่ที่ฟาร์มจะมีอัตราเสียหายไม่เกิน 2% สามารถเลี้ยงได้ประมาณ 3-4 รุ่นต่อปี” อัญชลี บอก

สมชาย กล่าวเสริมว่า หากเปรียบเทียบกับการลงทุนเลี้ยงไก่เอง พบว่าเกษตรกรต้องใช้ทุนสูง และยังต้องลงทุนค่าอาหาร ค่าวัคซีน ส่วนเวลาที่ไก่เจ็บป่วย ถ้าเกษตรกรไม่มีความรู้ก็จะยิ่งเสียหาย ที่สำคัญคือการหาตลาดเองซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีความถนัดในส่วนนี้ ขณะที่เมื่อร่วมโครงการกับบริษัทเขาจะเป็นผู้รับความเสี่ยงแทนทั้งหมด เกษตรกรจึงอุ่นใจไม่ต้องกังวล เพราะมีรายได้ที่มั่นคง


อาชีพเลี้ยงไก่ไทยซีพี ถือเป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหากเกษตรกรมีโรงเรือนเลี้ยงไก่อยู่แล้วก็สามารถปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงไก่เนื้อได้โดยไม่ต้องปรับปรุงให้เป็นโรงเรือนแบบปิด อย่างไรก็ตามการเลี้ยงสัตว์ไม่ว่าประเภทใดเกษตรกรต้องศึกษาให้ดีว่าตนเองมีความพร้อมเพียงใด และต้องอาศัยความใส่ใจในการดูแล เพื่อให้ได้ผลผลิตมาตรฐาน นำไปสู่รายได้ที่มั่นคงตามไปด้วย สำหรับเกษตรกรที่สนใจ สามารถติดต่อข้อมูลได้ที่เบอร์ 082-005-5458.

 

ข่าววันที่ : 22 เมษายน 2556


   Latest News  


ผลิต รวบรวมและเผยแพร่โดย สำนักกิจกรรมสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ Copyright 2012 by CP Thailand   |  Login |